ใครชอบรับทานข้าวโพดหวาน(APURE)ลองอ่านดูคับ!!!!!!ข้าวโพดต้มสุก กับ มะเร็ง อ่านแล้ว ก็กิน ข้าวโพดต้มสุก ให้เยอะๆๆๆเลย ตอนที่แม่เรากำลังรักษามะเร็งช่วงใกล้ๆหาย เริ่มจะทานอาหารได้ เค้าจะกินข้าวโพดต้มทุกวัน ไปเหมา จาก Supermarket ทุก week แล้วเค้าก็ฟื้นตัวเร็วมาก ช่วงนั้น ลิ้นเค้าจะ Anti เนื้อสัตว์ กลืนไม่ลง ทานได้แต่ผัก กะผลไม้ และจะอยากกินข้าวโพดทุกวัน ข้าวโพดสุก ต้านมะเร็ง การแทะข้าวโพดหวานต้านโรคมะเร็ง มีสาร ตัวล้างพิษมากกว่าผักผลไม้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯ รายงานในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกาว่า ข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้วจะออกฤทธิ์ล้างพิษ ในร่างกายสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัด เขาเผยว่าผิดกับที่เคยเชื่อกันมาก่อน ว่าผักและผลไม้หากต้มปรุงสุกแล้วจะเสียคุณค่าทางอาหารลงไป สู้กินดิบๆ ไม่ได้ แต่ข้าวโพดหวานยังคงสามารถ เก็บพลังเป็นตัวล้างพิษคงไว้ได้ แม้ว่าจะเสียวิตามินซีไป เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวาน ด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียส ในเวลานานต่างกัน 10, 25 และ 50 นาที พบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสาร อันเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นเป็น 22, 44 และ 53 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารที่ออกฤทธิ์ เป็นตัวล้างพิษช่วยดับพิษของพวกอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นอันตรายกับเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวพันกับโรค อันเนื่องมาจากความแก่ชรา ต่างๆ อย่างเช่นต้อกระจก และ โรคสมองเสื่อมอีกด้วย คณะนักวิจัยแจ้งว่าข้าวโพดหวาน ที่ต้มหรือปิ้งจะปล่อยสารประกอบที่เรียกว่า กรดเฟรุลิก อันเป็นคุณกับร่างกาย ยิ่งมากขึ้นเมื่อถูกความร้อนสูงขึ้น หรือเวลานานขึ้นกรดเฟรุลิกเป็นพวก พฤกษเคมีซึ่งในผักและผลไม้มีอยู่ไม่มากนัก แต่กลับพบ มีอยู่อย่างอุดมในข้าวโพด ผสมปนเปรวมอยู่กับอย่างอื่น การทำให้มันสุกจึงช่วยทำให้มัน ปล่อยกรดเฟรุลิกออกมาได้มากขึ้น
Thai Health Thai Food & Thai Spa สุขภาพที่ดีของคนไทย แนะนำข้อมูลโภชนาการ อาหาร สมุนไพรไทย และอื่นๆ
Thursday, September 11, 2014
ข้าวโพดต้มสุกรักษามะเร็ง
ใครชอบรับทานข้าวโพดหวาน(APURE)ลองอ่านดูคับ!!!!!!ข้าวโพดต้มสุก กับ มะเร็ง อ่านแล้ว ก็กิน ข้าวโพดต้มสุก ให้เยอะๆๆๆเลย ตอนที่แม่เรากำลังรักษามะเร็งช่วงใกล้ๆหาย เริ่มจะทานอาหารได้ เค้าจะกินข้าวโพดต้มทุกวัน ไปเหมา จาก Supermarket ทุก week แล้วเค้าก็ฟื้นตัวเร็วมาก ช่วงนั้น ลิ้นเค้าจะ Anti เนื้อสัตว์ กลืนไม่ลง ทานได้แต่ผัก กะผลไม้ และจะอยากกินข้าวโพดทุกวัน ข้าวโพดสุก ต้านมะเร็ง การแทะข้าวโพดหวานต้านโรคมะเร็ง มีสาร ตัวล้างพิษมากกว่าผักผลไม้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯ รายงานในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกาว่า ข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้วจะออกฤทธิ์ล้างพิษ ในร่างกายสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัด เขาเผยว่าผิดกับที่เคยเชื่อกันมาก่อน ว่าผักและผลไม้หากต้มปรุงสุกแล้วจะเสียคุณค่าทางอาหารลงไป สู้กินดิบๆ ไม่ได้ แต่ข้าวโพดหวานยังคงสามารถ เก็บพลังเป็นตัวล้างพิษคงไว้ได้ แม้ว่าจะเสียวิตามินซีไป เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวาน ด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียส ในเวลานานต่างกัน 10, 25 และ 50 นาที พบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสาร อันเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นเป็น 22, 44 และ 53 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารที่ออกฤทธิ์ เป็นตัวล้างพิษช่วยดับพิษของพวกอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นอันตรายกับเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวพันกับโรค อันเนื่องมาจากความแก่ชรา ต่างๆ อย่างเช่นต้อกระจก และ โรคสมองเสื่อมอีกด้วย คณะนักวิจัยแจ้งว่าข้าวโพดหวาน ที่ต้มหรือปิ้งจะปล่อยสารประกอบที่เรียกว่า กรดเฟรุลิก อันเป็นคุณกับร่างกาย ยิ่งมากขึ้นเมื่อถูกความร้อนสูงขึ้น หรือเวลานานขึ้นกรดเฟรุลิกเป็นพวก พฤกษเคมีซึ่งในผักและผลไม้มีอยู่ไม่มากนัก แต่กลับพบ มีอยู่อย่างอุดมในข้าวโพด ผสมปนเปรวมอยู่กับอย่างอื่น การทำให้มันสุกจึงช่วยทำให้มัน ปล่อยกรดเฟรุลิกออกมาได้มากขึ้น
Wednesday, September 03, 2014
มะยม : ลดคอเลสเตอรอล ต้านเซลล์มะเร็ง
มะยม : ลดคอเลสเตอรอล ต้านเซลล์มะเร็ง
มะยมไม้ผลพื้นบ้านริมรั้ว รากใช้แก้โรคผิวหนัง ประดง เม็ดผื่นคัน ขับน้ำเหลืองให้แห้ง ใบนำไปปรุงเป็นยาเขียว ใช้ดับพิษไข้ หรือใช้ต้มน้ำอาบแก้พิษคัน พิษไข้หัดดำแดง สุกใส ฝีดาษ ผลมีสารต้านเซลล์มะเร็ง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล จึงลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด บรรเทาคลื่นไส้อาเจียน (เครดิตภาพ : sierra whiskey charlie, พี่ปูนิ่ม, george, mungkood, mambymam)
Saturday, August 23, 2014
ประโยชน์ของ เม็ดบัว
ประโยชน์ของเม็ดบัว


หลายท่านจะยังไม่เคยทาน”เม็ดบัว ”และอาจคาดไม่ถึง ว่าเจ้าเม็ดบัวน้อยๆ นี้จะมีสรรพคุณทางยาสามารถช่วยบ ำรุงโลหิต แต่เชื่อเถอะ เป็นเช่นนั้นจริงๆ หลายท่านที่มักมีอาการวิงเวียนห น้ามืด หรือมีอาการแน่นหน้าอก เพราะปัญหาเลือดน้อย ขอแนะนำสมุนไพรพื้นบ้าน ที่ทานง่าย ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีอยู่ในบ้านเรา อย่างเช่นเม็ดบัว มีสรรพคุณทางการบำรุงเลือดที่ดี
สรรพคุณของเม็ดบัวนั้น อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงป ระมาณ 23 เปอร์เซนต์ และมีเกลือแร่ ฟอสฟอรัส นอกจากนี้ตัวเม็ดบัวยังมีสรรพคุ ณ บำรุงสมอง บำรุงประสาท บำรุงไต ช่วยรักษาอาการท้องร่วง และบิดเรื้อรัง และสรรพคุณพื้นบ้านที่ใช้กันเป็ นยาบำรุงเลือด หรือเพิ่มเลือด
“การทานเม็ดบัว เพื่อการบำรุงเลือด มีข้อแม้ว่าต้องเป็นการทานเม็ดบ ัวสดเท่านั้น” เม็ดบัวที่ผ่านการแปรรูปมาแล้ว หรือการนำมาต้มให้สุกจะใช้ไม่ได ้ เม็ดบัวเชื่อมที่ใส่ไอศกรีมก็ใช ้ไม่ได้โดยหาซื้อฝักบัวสดที่มีข ายเป็นกำๆ ตามตลาด ซึ่งหนึ่งฝักจะมีเม็ดบัวอยู่ในฝ ัก7-10 เม็ด แล้วแต่ความอ้วนของฝัก ดังนั้นเวลาทานต้องแกะออกจากฝัก แล้วนำมาแกะเปลือกออกจากเม็ด เพื่อจะทานเม็ดบัวสีขาวอมเหลือง ที่อยู่ในเปลือก เมื่อได้เม็ดบัวที่แกะเปลือกออก แล้ว ให้ทานเข้าไปทั้งเม็ด โดยไม่เอาต้นอ่อนภายในเม็ด หรือที่เราเห็นเป็นเส้นเขียวๆ อยู่กลางเม็ดออก พูดง่ายๆ คือทานเข้าไปหมด รสชาติก็จะมีขมฝาดเล็กน้อย ใหม่ๆ อาจจะไม่คุ้นลิ้น แต่เมื่อทานไปสักระยะก็จะเฉยๆที ่สำคัญต้นอ่อนในเม็ดบัว หรือดีบัวที่หลายคนชอบหยิบออกนั ้น คือต้นอ่อนสีเขียวขมๆ สรรพคุณทางยาของจีน กล่าวว่าหากทานเข้าไปแล้วก็จะช่ วยบำรุงถุงน้ำดี ช่วยเพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจ และบำรุงหลอดเลือดหัวใจอีกด้วยข ้อสำคัญ พยายามเลือกฝักที่แก่ จะได้เม็ดบัวที่โตเต็มที่ ทานวันละไม่น้อยกว่า 20 เม็ด จะทานมากกว่าก็ไม่ห้าม เพราะเม็ดบัวปกติเป็นของทานเล่น พื้นบ้านเราอยู่แล้ว ทีนี้คุณก็ได้อาหารบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ
เม็ดบัวไทย-จีน ความเหมือนที่แตกต่าง
การเลือกกิน เม็ดบัวส่วนใหญ่ที่เราเห็นทั่วไ ป จะเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศ จีนซึ่งจะมีเมล็ดขนาดใหญ่ ผ่านการกะเทาะเปลือก ดึงดีบัว(ต้นอ่อนที่ฝังอยู่กลาง เมล็ดมีสีเขียวเข้ม)ออก และอบแห้งแล้ว
ส่วนเม็ดบัวไทยนั้นไม่ค่อยพบวาง จำหน่ายในท้องตลาด เนื่องจากมีเมล็ดเล็ก จึงไม่เป็นที่นิยม แต่จากผลการวิจัยของ อาจารย์ปริญดา ที่ศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารแอ นติออกซิแดนต์ในเม็ดบัวไทยและจี นพบว่า เม็ดบัวไทยมีปริมาณสารแอนติออกซ ิแดนต์สูงกว่าเม็ดบัวจีน 5-6 เท่า
อาจารย์ปริญดาจึงแนะนำว่า ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารแ อนติออกซิแดนต์ปริมาณสูงควรเลือ กกินเม็ดบัวไทยดีกว่า โดยเฉพาะเม็ดบัวไทยสด
วิธีกินคือ ลอกเปลือกออกจากเมล็ด โดยไม่ดึงเยื่อหุ้มเมล็ดและดีบั วออก กินสดๆทั้งเมล็ด จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านมะเร็งซึ่งอยู่บริเวณ เยื่อหุ้มเมล็ด และดีบัวในปริมาณสูง
ส่วนชนิดอบแห้งนั้น เรานำมาทำอาหารคาวหวานได้หลากหล าย ที่คุ้นเคยกันดี คือ น้ำอาร์ซี เม็ดบัวต้มน้ำตาลทรายแดง ผสมในเต้าฮวย หรือเต้าทึง ข้าวอบใบบัว เป็นต้น
ส่วนเคล็ดลับการเลือกซื้อให้ได้ ของสดใหม่ คุณภาพดีมีดังนี้ค่ะ
ชนิดอบแห้ง
1. ควรเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองนวล ถ้ามีสีเหลืองเข้ม แสดงว่าเป็นเม็ดบัวเก่าที่เก็บไ ว้นานแล้ว เมล็ดไม่แตกหัก และไม่มีฝุ่นละอองปนเปื้อน
2. ขั้วเมล็ดไม่ดำคล้ำ เพราะจะเป็นเมล็ดที่เก็บไว้นานแ ล้ว
3. ไม่มีกลิ่นสาบหรือเหม็นหื่น
ชนิดฝักสดเลือกฝักที่มีเมล็ดขนา ดใหญ่ สีเขียวอ่อน จะได้เม็ดบัวที่มีเนื้อกรอบ หวานกำลังดี คราวนี้ถ้าเจอฝักบัวสดในตลาดอย่ าลืมซื้อติดไม้ติดมือมาคนละสองส ามกำนะคะ
หลายท่านจะยังไม่เคยทาน”เม็ดบัว
สรรพคุณของเม็ดบัวนั้น อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงป
“การทานเม็ดบัว เพื่อการบำรุงเลือด มีข้อแม้ว่าต้องเป็นการทานเม็ดบ
เม็ดบัวไทย-จีน ความเหมือนที่แตกต่าง
การเลือกกิน เม็ดบัวส่วนใหญ่ที่เราเห็นทั่วไ
ส่วนเม็ดบัวไทยนั้นไม่ค่อยพบวาง
อาจารย์ปริญดาจึงแนะนำว่า ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารแ
วิธีกินคือ ลอกเปลือกออกจากเมล็ด โดยไม่ดึงเยื่อหุ้มเมล็ดและดีบั
ส่วนชนิดอบแห้งนั้น เรานำมาทำอาหารคาวหวานได้หลากหล
ส่วนเคล็ดลับการเลือกซื้อให้ได้
ชนิดอบแห้ง
1. ควรเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองนวล ถ้ามีสีเหลืองเข้ม แสดงว่าเป็นเม็ดบัวเก่าที่เก็บไ
2. ขั้วเมล็ดไม่ดำคล้ำ เพราะจะเป็นเมล็ดที่เก็บไว้นานแ
3. ไม่มีกลิ่นสาบหรือเหม็นหื่น
ชนิดฝักสดเลือกฝักที่มีเมล็ดขนา
อยากอายุยืนยาว ต้องรักษาสุขภาพ ใช้ชีวิตอย่างมีสติ
คาถาอายุยืนยง..จร้า
๑ ดื่มน้ำเป็นยา
๒.กินปลาเป็นหลัก
๓.กินผักเกินครึ่ง
๔.ไข่ไก่ฟองหนึ่ง
๕. อย่าพึ่งกาแฟ
๖.อย่าแก่ของเค็ม
๗.อย่าเข้มของหวาน
๘.อย่าทานของทอด
๙.อย่ากอดแต่เหล้า
๑๐.อย่าเฝ้าสูดควัน
๑๑.สุริยันต์วันทา
๑๒.เริงร่าออกกำลังกาย
๑๓.ยืดเส้นสายเป็นนิจ
๑๔.สมาธิจิตประจำ
๑๕.สำคัญ"ปล่อยวาง"
ปฏิบัติได้ครบครัน รับรองสุขสันต์ปลอดโรค
๑ ดื่มน้ำเป็นยา
๒.กินปลาเป็นหลัก
๓.กินผักเกินครึ่ง
๔.ไข่ไก่ฟองหนึ่ง
๕. อย่าพึ่งกาแฟ
๖.อย่าแก่ของเค็ม
๗.อย่าเข้มของหวาน
๘.อย่าทานของทอด
๙.อย่ากอดแต่เหล้า
๑๐.อย่าเฝ้าสูดควัน
๑๑.สุริยันต์วันทา
๑๒.เริงร่าออกกำลังกาย
๑๓.ยืดเส้นสายเป็นนิจ
๑๔.สมาธิจิตประจำ
๑๕.สำคัญ"ปล่อยวาง"
ปฏิบัติได้ครบครัน รับรองสุขสันต์ปลอดโรค
Wednesday, April 09, 2014
Health Land Spa in Thailand
The name ‘Health Land' is not new to health conscious people . As a matter of fact,
Health Land was originally built around the concept of a health centre comprising
a supermarket selling organic and healthy food, vegetarian restaurant, drug store,
herbal garden, library, massage and meditation room, and seminar corner for those
who wanted to discuss health matters. It was later turned into a complete
spa service centre under the name ‘Health Land Spa & Massage'. Srinakarin is
the first branch, followed by Sathorn, Pinklao, Pattaya, Ekamai, Chaeng Wattana,
Asoke and Rama2. All Health Land location are uniquely structured on a stand alone
basis with convenient access and spacious parking lots.
While the settings are grand and luxurious, our services are priced at the same level
as in general massage centres rather than the high-end spas found in hotels.
Attention to fine details of customer service and satisfaction remain our key goals in
striving to offer superb services that are worth the customer every single penny.
Henceforth, customers who come to visit Health Land are left with the impression
that we provide better premium services and offer a heavenly escape from
high-stress lives. Our broad customer base include expatriates, office workers,
housewives, university students as will as forgien customers who come from
overseas to visit us.


Health Land was originally built around the concept of a health centre comprising
a supermarket selling organic and healthy food, vegetarian restaurant, drug store,
herbal garden, library, massage and meditation room, and seminar corner for those
who wanted to discuss health matters. It was later turned into a complete
spa service centre under the name ‘Health Land Spa & Massage'. Srinakarin is
the first branch, followed by Sathorn, Pinklao, Pattaya, Ekamai, Chaeng Wattana,
Asoke and Rama2. All Health Land location are uniquely structured on a stand alone
basis with convenient access and spacious parking lots.
While the settings are grand and luxurious, our services are priced at the same level
as in general massage centres rather than the high-end spas found in hotels.
Attention to fine details of customer service and satisfaction remain our key goals in
striving to offer superb services that are worth the customer every single penny.
Henceforth, customers who come to visit Health Land are left with the impression
that we provide better premium services and offer a heavenly escape from
high-stress lives. Our broad customer base include expatriates, office workers,
housewives, university students as will as forgien customers who come from
overseas to visit us.
Health Land Srinakarin
| ||
Address :
|
70/21 Moo 2, Sirnakarin Rd.
Nongbon, Phawat, Bangkok 10260 | |
Telephone :
|
66-2-748-8135-9
66-2-746-5376-8 | |
Fax :
|
66-2-398-6062
| |
Health Land Sathorn
| ||
Address :
|
120 North Sathorn Rd.
Silom, Bangrak Bangkok 10500 | |
Telephone :
|
66-2-637-8883
| |
Fax :
|
66-2-634-5353
| |
Health Land Pinklao
| ||
Address :
|
142/6 Charansanitwong Rd.
Arun Amarin, Bangkok Noi Bangkok 10700 | |
Telephone :
|
66-2-882-4888
| |
Fax :
|
66-2-882-4612
| |
Health Land Ekamai
| ||
Address :
|
96/1 Soi Sukhumvit 63 (Ekamai)
Sukhumvit Rd., Prakanong Nua, Wattana, Bangkok 10110 | |
Telephone :
|
66-2-392-2233
| |
Fax :
|
66-2-392-2234
| |
Health Land Chaeng Wattana
| ||
Address :
|
5/55 Moo 3 Chaeng Wattana Rd.
Klongklau Pakkret Nonthaburi 11120 | |
Telephone :
|
66-2-573-3355
| |
Fax :
|
66-2-573-9254
| |
Health Land Asoke
| ||
Address :
|
55/5 Sukhumvit 21 Rd. (Asoke),
Khlongtoeinuea, Wattana, Bangkok 10110 | |
Telephone :
|
66-2-261-1110
| |
Fax :
|
66-2-261-1300
| |
Health Land Rama 2
| ||
Address :
|
5/5 Rama 2 Rd., Thakam,
Bangkhuntian, Bangkok 10150 | |
Telephone :
|
66-2-451-1155
| |
Fax :
|
66-2-451-1755
| |
Health Land Pattaya
| ||
Address :
|
159/555 Moo 5, Pattaya Nua Rd.,
Naklua, Banglamung, Chonburi | |
Telephone :
|
66-3-837-1473-7
| |
Fax :
|
66-3-837-1470
| |
Health Pradit Manutham
| ||
Address :
|
288 Praditmanutham Rd.,
Wangthonglang, Bangkok | |
Telephone :
|
66-2-148-1155
| |
Fax :
|
66-2-148-1044
| |
THE SPA RESORTS CHIANG MAI
LOOK BETTER, FEEL STRONGER AND LIVE LONGER
The Spa Resort Chiang Mai, our flagship location, is spread over 80,000 sq. meters of spectacular gently sloped hillside property. A veritable paradise for relaxation – magical mango groves, lush rice paddies, exotic garden landscaping and the Spa's own organic farm. The majestic architecture is inspired by the northern Thai Lanna style rooflines.
We are located in Mae Rim, a short drive from Chiang Mai city. This part of Thailand boasts the mildest year round temperatures and most unspoiled landscapes.
Chiang Mai voted #2 "World's Best City" 2010 by the readers of Travel and Leisure Magazine, the top travel magazine. The votes were based on: Places for sightseeing, their beauty and greenery | Arts and culture | Food | Shopping areas | People's friendliness | Value for money spent
Testimonial from a British group who visited us last october, see the video below or read about it here
THE FIVE HABITS TO LONGEVITY
* CLEANSING
The habit of doing periodic Detox cleansing fasts – This is a routine derived from ancient Taoist Chinese teachings that can add years to life. Daily fasting with detoxifier drinks, herbal supplements and internal tissue cleansing enemas daily. Our approach is based on the science and practice of fasting developed in the USA by internationally respected fasting authorities.
The habit of doing periodic Detox cleansing fasts – This is a routine derived from ancient Taoist Chinese teachings that can add years to life. Daily fasting with detoxifier drinks, herbal supplements and internal tissue cleansing enemas daily. Our approach is based on the science and practice of fasting developed in the USA by internationally respected fasting authorities.
* BREATHING
The habit of correct breathing – Just three times a day, is all it takes to give you all the reserve energy you need. Will be in your Yoga practice.
The habit of correct breathing – Just three times a day, is all it takes to give you all the reserve energy you need. Will be in your Yoga practice.
* FOOD COMBINING
The habit of eating the right foods at the right times – We will give you recommendations for a healthy diet, that you can easily master. Raw Food Classes.
The habit of eating the right foods at the right times – We will give you recommendations for a healthy diet, that you can easily master. Raw Food Classes.
* EXERCISE
The habit of exercise – Develop a one-hour daily exercise routine. Join our Yoga classes or go on a privately guided hike or bike ride.
The habit of exercise – Develop a one-hour daily exercise routine. Join our Yoga classes or go on a privately guided hike or bike ride.
* MEDITATION & PEACEFULNESS
The habit of a peaceful mind – Reserve two daily periods for meditation or just peaceful contemplation, about 20-30 minutes each. You will turn off the chatter in your head, and give your mind a rest. Join our daily free meditation classes, at the resort or at the local wat (temple).
The habit of a peaceful mind – Reserve two daily periods for meditation or just peaceful contemplation, about 20-30 minutes each. You will turn off the chatter in your head, and give your mind a rest. Join our daily free meditation classes, at the resort or at the local wat (temple).
http://www.thesparesorts.net/
THE ART OF A HEALTHY GOOD TIME
In keeping with offering a place to learn sustainable health for one's self, we are proud of this great new property. The grounds are lush and green with only 65 Rooms and Villas; tranquil living at it's finest. You can partake in the famous Detox/Weight Loss cleansing program or many types of Retreats including Weight Loss, Raw Food, and Yoga. You can also enjoy the famous “Radiance” Restaurant featuring Vegetarian, Vegan, Raw Food and Thai Healthy Cuisine from our Organic Farm.
Other amenities of the Resort include the Bamboo Spa with traditional Thai steam room, two Far Infrared Saunas, Ayurvedic treatments, Thai massage, as well as two pure water swimming pools, outdoor cardio vascular circuit, a tennis court, Yoga classes, Raw Food classes and daily free meditation classes at Cloud 9 Yoga Sala, with 100 miles of views.
รักษามะเร็งร้าย ด้วยการวางแผนการกินพิชิตมะเร็ง
มหาวิทยาลัยไถต้า ประเทศไต้หวัน นายแพทย์หวังเจิ่นอิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระเพาะอาหารและลำไส้ได้บอกด้วยความปราถนาดีว่าให้กินผลไม้ ในช่วงที่เวลาท้องยังว่างนั่นก็คือก่อนอาหารนั่นเองและหลังอาหารให้ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อน เท่านี้ คนที่เป็นมะเร็งก็จะไม่ตายแล้วไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ซึ่งวิธีการรักษาได้ถูกค้นพบแล้ว

ศาสตราจารย์ นายแพทย์หวังเจิ่นอิ ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยไถต้าพูดต่อว่าการนำวิธีดังกล่าวมาใช้นั้น สัมฤทธิ์ผลถึง 80% ซึ่งคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมีโอกาสจะหาย ไม่ว่าท่านจะเชื่อ หรือไม่ก็ตาม ผมเชื่อว่าวิธีการรักษาได้ถูกค้นพบแล้ว
สำหรับผู้ที่บำบัดและรักษาด้วยวิธีที่ใช้อยู่โดยทั่วไปซึ่งสุดท้ายผู้ป่วยต้องเสียชีวิตไปและข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง หลังบำบัดมีคนไข้ไม่กี่คนที่สามารถอยู่รอดได้เกิน 5 ปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่รอดได้ 2-3 ปีเท่านั้น จึงถูกมองว่าการรักษาที่ใช้โดยทั่วไปแล้วดูแล้วไม่น่าจะได้ผล ปกติ ผู้ป่วยไม่รับการรักษาใดใดทั้งสิ้น ผู้ป่วยก็สามารถอยู่รอดได้ถึง 2-3 ปีอยู่แล้ว การรักษาที่ใช้โดยทั่วไปนั้น คนไข้จะถูกบำบัดด้วยเคมีหรือระบบฉายแสง ซึ่งทำให้เซลที่ดีของคนไข้ พลอยได้รับพิษเข้าไปด้วย มีผลทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนแอลง เซลจะไม่มีแรงต่อต้านอีด้วย จึงทำให้เชื้อแพร่กระจายเร็วขี้น และมีผลต่อการร่วมและการก่อกำเนิดปฎิกิริยาในด้านอื่นๆอีก
รับประทานผลไม้สด
เมื่อพูดรับประทานผลไม้สดก็จะนึกถึง ผลไม้หั่นเป็นชิ้นๆ เคี้ยวแล้วรีบกลืนลงท้อง ความจริงไม่ง่ายเช่นนั้น ถ้าต้องการกินที่ได้ผล ต้องพิถีพิถันในเวลารับประทานผลไม้ดังกล่าว อะไรคือการกินแบบถูกวิธี ? อย่ากินผลไม้หลังอาหาร ควรกินช่วงเวลาที่ท้องว่างเปล่าเท่านั้น เช่นนี้แล้ว ผลไม้ถึงจะได้บรรลุผลในการฆ่าเชื้อ และสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย รวมถึงลดความอ้วนได้อีกด้วยและมีผลต่อการร่วมและการก่อกำเนิดปฎิกิริยาในด้านอื่นๆอีก ผลไม้จึงจัดได้อาหารที่มีส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิต
ลองนึกภาพดู เรากินขนมปัง 2 แผ่น หลังจากนั้น กินผลไม้ 1 ชิ้น ตามหลักแล้ว ผลไม้จะผ่านผนังกระเพาะอาหารก่อนเข้าสู่ลำไส้ แต่กลับถูกกีดกันจากอาหารอื่นที่รับประทานก่อนหน้าที่จะรับประทานผลไม้ เมื่อผลไม้ที่กินเข้าไปได้ถูกผสมกับอาหารและน้ำย่อยที่เป็นกรดในกระเพาะอาหารสรรพคุณผลไม้ก็ถูกเปลี่ยนไปด้วย
การรับประทานผลไม้ก่อนอาหาร
หลังอาหารแล้วรับประทานผลไม้ คุณคงเคยได้ยินคนบ่นว่า ทุกครั้งที่กินแตงโมก็จะสะอึก ถ้ากินทุเรียน ท้องจะจุก หากกินกล้วยหอม จะระบายอ่อนๆ เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มาจากผลไม้และอาหารที่ที่เริ่มย่อยสลายผสมผสานจนเกิดแก๊สขี้น แต่ทว่า ถ้ารับประทานผลไม้ก่อนรับประทานอาหารก็จะไม่เกิดเหตุดังกล่าว ผมขาว ผมร่วงศรีษะล้าน เคร่งเตรียด นอนหลับน้อยจนขอบตาดำ เมื่อทานผลไม้ในขณะท้องว่าง ลักษณะดังกล่าวเบื้องต้น ก็จะจางหายไป
ดร. เฮ่อโป๋ ได้บอกผลวิจัยไว้ว่า เมื่อผลไม้เข้าสู่ร่างกายจะมีผลเป็นด่าง ดั่งเช่น ผลส้ม หรือมะนาวที่มีรสเปรี้ยวก็ตาม แต่ก็ล้วนเป็นอาหารที่มีความเป็นด่างนั่นเอง ประเด็นสำคัญ คือการรับประทานผลไม้ในเวลาที่ว่างเปล่า เพื่อให้ผลไม้ได้ช่วยเสริมความสวยงาม และอายุจะได้ยืนยาวนาน สุขภาพที่แข็งแรง มีพลามัยที่ดี มีความสุขและหุ่นดีอีกด้วย เมื่อคุณคิดจะดื่มน้ำผลไม้ ก็อย่าดื่มน้ำผลไม้กระป๋อง อย่านำผลไม้หรือน้ำผลไม้ไปอุ่นให้ร้อน เพราะจะเหลือเพียงรสชาติ คุณประโยชน์ที่ดีของผลไม้จะถูกทำลายสิ้น การรับประทานผลไม้ทั้งลูกย่อมดีกว่าดื่มน้ำผลไม้ แต่ถ้าต้องดื่มน้ำผลไม้ ต้องดื่มเป็นคำคำไปเพื่อให้น้ำลายได้คลุกเคล้ากันให้ทั่ว ก่อนดื่มลงไป คุณสามารถรับประทานผลไม้ 3 วัน ติดต่อกัน เพื่อชะล้างร่างกายให้สะอาด ผิวพรรณจะนวลผ่อง ผู้พบเห็นจะตื่นตาตื่นใจ
กีวี่
ผลเล็กแต่มากด้วยสรรพคุณ ประกอบด้วยสาร โปรตัสเซี่ยม แมกเนเซี่ยม วิตามินE และไฟเบอร์ มีวิตามินC เป็น 2 เท่าของผลส้ม
แอปเปิล
มีวิตามีC ต่ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้วิตามินCตื่นตัว ช่วยลดการเกิดมะเร็งในลำใส้โรคหัวใจและโรคลมชักจึงมีคำพังเพยที่ว่า “รับประทานแอบเปิลวันละผล แพทย์จะจน เพราะทุกคน สุขภาพดี”
สตรอเบอรี่
เสมือนหนึ่งเป็นผู้คุ้มกันปกป้องร่างกายเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี จึงได้รับฉายาว่า ราชาแห่งผลไม้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องมิให้เกิดมะเร็ง การแข็งตัวของเลือดที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดและสารอนุมูลอิสระ
ส้ม
รับประทานวันละ 2-4 ผล สามารถต่อต้านไข้หวัด ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันหรือสลายนิ่วในไตลดการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำใส้
แตงโม
ประกอบด้วยน้ำถึง 95% :ซึ่งแก้กระหายได้ดี มีกลูตาไธโอนเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มีตัวสำคัญของไลโคปีน สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน Cและโปแทสเซี่ยม
ฝรั่งและมะละกอ
มีวิตามิน C มากที่สุด ฝรั่งมีไฟเบอร์มากซึ่งแก้ท้องผูกได้ดี มะละกอ จะมีคาระตินส่งผลดีต่อดวงตา
เชื่อหรือไม่ ดื่มน้ำเย็นหลังอาหารก็จะเกิดมะเร็งได้ง่าย ดังนั้นหลังอาหารแล้วควรดื่มน้ำร้อน เพราะน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่กินเข้าไปแข็งตัว ซึ่งส่งผลเสียต่อการย่อย ไขที่แข็งตัว ทำปฎิกิริยากับกรดในกระเพาะ ทำให้ไขเป็นเกล็ดเล็ก ซึ่งง่ายต่อการดูดซึมในลำใส้ และจะฝังในผนังของลำใส้ ก่อตัวเป็นไขมัน ก่อให้เกิดมะเร็งนั่นเอง
สุภาพสตรีต้องรู้ว่า การเป็นโรคหัวใจกำเริบมิได้เริ่มต้นมาจากอาการปวด ของไตด้านซ้ายมือ แต่กลับต้องระวังเมื่อเพดานปากล่าง มีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง และการปวดหน้าอกอยู่เนืองๆ อาการที่ตามมาก็คือพะอืดพะอม เหงื่อออกมาก และ60%ของคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจ มักกำเริบในช่วงเวลาที่หลับสนิท จนไม่ตื่นอีกเลย การเกิดอาการปวดเพดานล่าง
ของช่องปากจนตื่นขึ้น ต้องเอาใจใส่ และต้องยกระดับการเฝ้าระวังให้มากขึ้น หากเรามีความรู้ยิ่งมากเท่าไหร่ อัตราการมีชีวิตอยู่รอดก็มากขึ้นตาม
ของช่องปากจนตื่นขึ้น ต้องเอาใจใส่ และต้องยกระดับการเฝ้าระวังให้มากขึ้น หากเรามีความรู้ยิ่งมากเท่าไหร่ อัตราการมีชีวิตอยู่รอดก็มากขึ้นตาม
Subscribe to:
Posts (Atom)
