Tuesday, March 17, 2026

ประโยชน์และสรรพคุณของน้ำขิง

 “สุขภาพดีเริ่มที่แก้วนี้! เปิดสรรพคุณ 'น้ำขิง' สมุนไพรคู่กายที่สายสุขภาพต้องมี" ☕️🌿💪



 ขอนำสาระดีๆ เกี่ยวกับ "น้ำขิง" 


✅ สรรพคุณเด่นที่ต้องบอกต่อ:

1️⃣ สยบปัญหาท้อง: แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และลดอาการคลื่นไส้ได้ชะงัด

2️⃣ ไล่หวัด ลดอักเสบ: ช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ และลดอาการปวดข้อหรือไมเกรนได้ดีเยี่ยม

3️⃣ บำรุงเลือดและสมอง: กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความดัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

4️⃣ ดีต่อคุณแม่: ช่วยบรรเทาปวดประจำเดือน และช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่หลังคลอด


⏰ ดื่มตอนไหนดีที่สุด?

☀️ เช้า: ปลุกระบบเผาผลาญให้ตื่นตัว

🌤 บ่าย: ช่วยย่อยอาหารหลังมื้อเที่ยง ลดอาการแน่นท้อง

🌙 เย็น: ผ่อนคลายร่างกาย ลดความอ่อนเพลีย (ระวังอย่าดื่มเข้มข้นจนเกินไปนะคร้าบ)




 #สาระสุขภาพ #ประโยชน์ของน้ำขิง #สมุนไพรไทย #ดูแลตัวเอง  #สุขภาพดี #น้ำขิงอุ่นๆ

Sunday, March 15, 2026

การดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

 การดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) ไม่ใช่แค่การมีชีวิตอยู่ให้ยาวนานที่สุด แต่คือการยืดช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรงและปราศจากโรคออกไปให้นานที่สุด โดยสามารถสรุปเคล็ดลับสำคัญได้ดังนี้ครับ: 

 


1. การกินอาหารเพื่ออายุยืน (Longevity Diet)

เน้นอาหารจากพืช: รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วต่างๆ เป็นหลัก

โปรตีนคุณภาพ: เลือกปลาหรือโปรตีนจากพืช ลดการกินเนื้อแดงและเนื้อแปรรูป

กฎ 80%: ฝึกนิสัยกินให้อิ่มเพียง 80% เพื่อช่วยลดภาระของระบบเผาผลาญและช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ 

 

2. ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายสายกลาง: พยายามขยับร่างกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือ 5 วันต่อสัปดาห์

สร้างกล้ามเนื้อ: เมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะลดลง การฝึกแรงต้าน (Weight Training) จะช่วยพยุงโครงสร้างร่างกายและระบบเผาผลาญให้ดีอยู่เสมอ 

 

3. การนอนหลับและการจัดการความเครียด

นอนให้พอและมีคุณภาพ: การนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและปรับสมดุลฮอร์โมน

ผ่อนคลายจิตใจ: ความเครียดสะสมเป็นสาเหตุหลักของอาการอักเสบในระดับเซลล์ ควรหางานอดิเรก ทำสมาธิ หรือใช้เวลากับธรรมชาติ 

 

4. การตรวจเช็กและป้องกัน

รู้ทันสุขภาพตัวเอง: ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อติดตามระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิต

เลี่ยงปัจจัยเสี่ยง: งดสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำลายเซลล์และเพิ่มความเสี่ยงโรคร้ายแรง 

 

คุณสามารถเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากจุดเล็กๆ ที่ทำได้ง่ายที่สุดก่อน เช่น การเพิ่มสัดส่วนผักในจานอาหาร หรือ การเดินหลังมื้ออาหาร เพื่อสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดีในระยะยาวครับ

  • นอนให้พอประมาณ 7–8 ชั่วโมง
  • ลดอาหารเค็มและอาหารแปรรูป
  • ขยับร่างกายระหว่างวัน เช่น เดินหรือยืดกล้ามเนื้อทุก 1–2 ชั่วโมง
  • เลือกกินอาหารที่ช่วยดูแลหลอดเลือด เช่น โอเมก้า-3 และแอสตาแซนธิน
  • จัดการความเครียด เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ หรือพักผ่อนให้เพียงพอ


และยังมีเคล็ดลับ ต่างๆ อีกมากมาย วันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้

Wednesday, March 11, 2026

เป็นตะคริวบ่อย

หลายๆ ท่าน พอมีอายุมากขึ้นหรือเดินยืน เดิน วิ่ง มากไป มักเป็นตะคริว บ่อย  โดยเฉพาะตอนกลางคืน ทำให้รบกวนการนอนหลับพักผ่อนเป็นอย่างมาก ในบางรายที่อาการไม่หนักมาก บางท่านสวมถุงเท้า หรือหุ้มผ้าที่บริเวณเท้า ขา ให้อุ่นๆ เลี่ยงโดนแอร์หรือพัดลมตรงๆ ที่บริเวณขา เท้า ก็จะช่วยได้ ....



วันนี้จะมาแนะนำผลไม้บางชนิดที่ช่วยท่านได้....

การกิน กล้วยน้ำว้า โดยเฉพาะผลห่าม ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดตะคริวได้จริง เนื่องจากอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ซึ่งจำเป็นต่อการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อ ควรทานเป็นประจำวันละ 2-4 ผล เพื่อชดเชยเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียและลดความเสี่ยงโดยเฉพาะในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก 

ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้าต่อการแก้ตะคริว:

โพแทสเซียมสูง: ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ

แมกนีเซียมและแคลเซียม: กล้วยห่ามมีสารอาหารเหล่านี้สูง ช่วยป้องกันกล้ามเนื้อหดเกร็ง

ป้องกันในตอนกลางคืน/ออกกำลังกาย: การทานกล้วยเป็นประจำช่วยลดการเกิดตะคริวระหว่างนอนหลับหรือหลังออกกำลังกาย

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรทานกล้วยน้ำว้าห่าม (รสฝาดหวาน) หรือทานควบคู่กับเกลือเล็กน้อยเพื่อช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุและป้องกันโรคลมแดด 


หากเป็นตะคริวบ่อยครั้ง ควรปรับพฤติกรรม เช่น ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์


ท่านใดทานกล้วยแล้วเกรงว่าน้ำตาลจะขึ้น ก็ต้อง อาหารเสริมแมกนีเซียม ในร้านเซเว่น/ร้านยา วันละ 1 เม็ด (ประมาณขวด/กระปุกละ สองร้อยกว่าบาท บรรจุ30เม็ด)












Sunday, March 08, 2026

เปิดร้านนวด

 การเปิดร้านนวดไทย

 การเปิดร้านนวดเพื่อสุขภาพ

ต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง โดยมีขั้นตอนหลักคือ

เตรียมทำเลและโครงสร้างร้าน (สะอาด ปลอดภัย) -> ยื่นเอกสารขอใบอนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/เขตหรือผ่าน https://bizportal.go.th -> รอเจ้าหน้าที่ตรวจพื้นที่ 15-30 วัน -> ได้รับใบอนุญาตและต้องต่ออายุทุกปี 





ขั้นตอนการเปิดร้านนวดอย่างละเอียด:


วางแผนและสำรวจตลาด: เลือกทำเลใกล้แหล่งชุมชนหรือนักท่องเที่ยว ศึกษาคู่แข่ง และกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย


เตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐาน:


สถานที่: มั่นคง สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดศาสนสถานหรือสถานบริการ


การแบ่งสัดส่วน: มีห้องนวดที่มิดชิดเพียงพอ, มีห้องน้ำ, และพื้นที่รอรับบริการ


ป้าย: ติดป้ายชื่อร้านและป้ายเตือนต่าง ๆ ให้ชัดเจน


เตรียมเอกสารและพนักงาน:


เอกสารประกอบ (สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, เอกสารเช่าสถานที่, แผนผังร้าน)


พนักงาน: ต้องมีใบประกาศนียบัตรผ่านการอบรมนวดจากสถาบันที่ สบส. รับรอง


ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ:


ยื่นคำขอที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ https://bizportal.go.th


รอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่จริงเพื่ออนุมัติ


การดำเนินการภาษีและกฎหมาย:


จดทะเบียนพาณิชย์/นิติบุคคล


ทำสัญญาว่าจ้างพนักงานให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน


ชำระภาษีป้ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง 




ข้อควรระวัง: การไม่ขอใบอนุญาตมีโทษทางอาญา




 ปัจจุบันธุรกิจร้านนวดสปา ถือเป็นปีทองของธุรกิจเพื่อสุขภาพประเภทธุรกิจนวดสปา ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยการใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ มีการใช้น้ำและเทคนิคการนวดเพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจเป็นองค์ประกอบหลัก และยังได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก สปาเป็นที่รู้จักแพร่หลายและชัดเจนขึ้นว่าเป็นบริการเพื่อสุขภาพของทั้งร่างกายและจิตใจ


 


ตอนที่ 1 หลักเกณฑ์การยื่นคำร้อง ขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพ หรือ เพื่อเสริมสวย


          ประเภทของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แบ่งออกออกเป็น 3 ประเภท คือ


          1. สปาเพื่อสุขภาพ


              คือการประกอบกิจการเพื่อให้การดูแลและเสริมสร้างสุขภาพ โดยการใช้น้ำและการนวดร่างกายเป็นหลัก และอาจมีบริการเสริมประเภทต่างๆอีกอย่างน้อย 3 รายการ เว้นแต่เป็นการดำเนินการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือการอาบน้ำ การนวดตัว หรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ


          2. นวดเพื่อสุขภาพ


              คือการนวดเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ความเครียด ความเมื่อยล้า เช่น การนวดแผนไทย การนวดฝ่าเท้า เป็นต้น ทั้งนี้ต้องไม่มีสถานท่ี่อาบน้ำให้บริการ เว้นแต่ เป็นการนวดเพื่อสุขภาพในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือในหน่วยบริการ สาธารณสุขของหน่วยงานของรัฐ หรือการนวดท่ี่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ


 


          3. นวดเพื่อเสริมความงาม


              คือการนวดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความงาม เช่น การนวดในร้านทำผม / เสริมสวย เพื่อเสริมความงามทั้งนี้ต้องไม่มีสถานท่ีอาบน้ำให้บริการ เว้นแต่ เป็นการนวดเพื่อสุขภาพในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือในหน่วยบริการ สาธารณสุขของหน่วยงานของรัฐ หรือการนวดที่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ



 ในการยื่นคำร้องขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการนั้น เราต้องติดต่อหน่วยงานหลักทั้งหมด 3 หน่วยงาน ได้แก่


          การขอใบรับรองมาตรฐาน จะต้องติดต่อทั้งหมด 3 หน่วยงาน


          1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด


              ยื่นขอใบรับรองมาตราฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือ เพื่อเสริมสวย ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของจังหวัดที่ตั้งสถานประกอบการ


          2. องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ เทศบาล


              * ยื่นขอจดอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ


              * ใบอนุญาตใช้อาคาร


          3. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า


              กรณีผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคลและยังไม่ได้จดทะบียนกิจการในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัท จำกัด ต้องดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคล ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า



ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการเตรียมเอกสารและขั้นตอนวิธีการยื่นขอรับรองสถานบริการเพื่อสุขภาพและเสริมสวย


 


ตอนที่ 2 การยื่นเอกสารขอรับรองมาตรฐาน นวดเพื่อสุขภาพ และ นวดเพื่อเสริมสวย


การยื่นเอกสารขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ นวดเพื่อสุขภาพ และ นวดเพื่อเสริมสวย ใช้เอกสารรูปแบบเดียวกัน และไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ได้รับเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ คณะกรรมการและทีมงานจะออกตรวจมาตรฐานของสถานประกอบการและจะออกใบรับรองมาตรฐานภายใน 90 วัน


ขั้นตอนการขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ


 


1. รับคำรอง : กรณีเอกสารหลักฐานครบ และได้รับการลงเลขรับ


2. ตรวจแนะนำ


3. ตรวจโดยคณะอนุกรรมการ


4. ประชุมกรรมการระดับจังหวัด


     4.1 รับรอง


          - แจ้งผลการพิจารณา


          - เสนอให้ผู้ว่าฯ ลงนาม


          - แจ้งผู้ประกอบการให้ติดต่อรับใบรับรอง ภายใน 30 วัน


     4.2 รับรอง แบบมีเงื่อนไข


          - แจ้งผลการพิจารณา


          - ให้แก้ไข 3 ครั้ง/ครั้งละ 30 วัน รวมไม่เกิน 90 วัน


          - ตรวจซ้ำ


     4.3 ไม่รับรอง


          - แจ้งผลการพิจารณา


          - คืนเรื่อง





ระยะเวลาดำเนินการภายใน


130 วัน [ 30+90+10 ]


* ใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ มีอายุ 2 ปี


 


หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อออกใบรับรอง


1. เอกสารประกอบการยื่นขอ : มี 13-14 รายการ ตามประเภทของกิจการที่ยื่น


2. สถานที่ในการประกอบการ : มั่นคงถาวร สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดต่อศาสนสถาน หรือสถถานบริการและเข้าข่ายสถานบริการ


3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการบริการ : ไม่ใช้เครื่องมือแพทย์, มีมาตรฐาน


4. การบริการ : มีมาตรฐาน ครบองค์ประกอบสปา


5. บุคลากรในสถานประกอบการ : ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


 


 


การเตรียมเอกสาร : ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และร้านนวดเพื่อเสริมสวย


 


1. เอกสารส่วนบุคคล 


 


     1.1 สำเนาบัตรประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการจำนวน 1 ฉบับ


     1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการจำนวน 1 ฉบับ


     1.3 หลักฐานอื่น เช่น ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ทะเบียนสมรสจำนวน 1 ฉบับ


     1.4 ใบรับรองแพทย์ของผู้ประกอบการและผู้ให้บริการจำนวน 1 ฉบับ


     1.5 สำเนาใบวุฒิด้านการนวดของผู้ให้บริการทุกคนจำนวน 1 ฉบับ




2. เอกสารประกอบจากหน่วยราชการ


 


     2.1 สำหรับบุคคลธรรมดา


           - สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์


           สำหรับนิติบุคคล


               - สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริคณธ์สนธิ


               - บัญชีผู้ถือหุ้นและวัตถุประสงค์


* และหากมีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจด้วย


     2.2 ใบอนุญาตการใช้อาคาร (ถ้ามี)


     2.3 สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากเทศบาล/อบต.


 


3. เอกสารประกอบด้านสถานที่ประกอบการ


     3.1 หนังสือแสดงความยิมยอมขอเจ้าของอาคารหรือสถานที่ที่ตั้งสถานประกอบการ กรณีผู้ประกอบการไม่ใช่เจ้าของ


     3.2 ภาพถ่ายสถานประกอบการในจุดต่างๆ ตามข้อกำหนด


     3.3 แบบแปลน หรือ แผนผังการให้บริการ


     3.4 แผนที่แสดงบริเวณที่ตั้งสถานประกอบการจำนวน 2 ฉบับ


 


4. เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ


    ขั้นตอน


       4.1 ขั้นตอนการให้บริการแต่ละประเภท


       4.2 ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการให้บริการแต่ละประเภท


       4.3 ขั้นตอนการทำความสะอาดอุปกรณ์/ผ้า ที่ใช้ในการให้บริการ


       4.4 เอกสาร หรือหลักฐาน แสดงการป้องกัผู้มีภาวะเสี่ยงจากโรคมาใช้บริการ


     เอกสาร


       4.5 แบบสรุปผู้รับบริการ


       4.6 เอกสารประชาสัมพันธ์


       4.7 แบบประเมินปฏิบัติงาน


       4.8 เอกสารแสดงมาตรการป้องกันการถูกล่วงละเมิดจากผู้รับบริการ


 


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaispa.go.th


 


 


ตอนที่ 3 การยื่นเอกสารขอรับรองมาตรฐาน สปาเพื่อสุขภาพ


การยื่นเอกสารขอใบรับรองมาตรฐานของสปาเพื่อสุขภาพ เหมือนการยื่นขอใบรับรองมาตรฐานของนวดเพื่อสุขภาพ เพียงแต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือ รายละเอียดของผู้ดำเนินการสปา และรายละเอียดของการบริการ และไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ได้รับเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ คณะกรรมการและทีมงานจะออกตรวจมาตรฐานของสถานประกอบการและจะออกใบรับรองมาตรฐานภายใน 90 วัน


ขั้นตอนการขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จะมีขั้นตอนเหมือนกับการยื่นขอใบรับรองนวดเพื่อสุขภาพ และ นวดเพื่อเสริมสวย



ระยะเวลาดำเนินการภายใน


130 วัน [ 30+90+10 ]


* ใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ มีอายุ 2 ปี


 


หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อออกใบรับรอง


1. เอกสารประกอบการยื่นขอ : มี 13-14 รายการ ตามประเภทของกิจการที่ยื่น


2. สถานที่ในการประกอบการ : มั่นคงถาวร สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดต่อศาสนสถาน หรือสถถานบริการและเข้าข่ายสถานบริการ


3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการบริการ : ไม่ใช้เครื่องมือแพทย์, มีมาตรฐาน


4. การบริการ : มีมาตรฐาน ครบองค์ประกอบสปา


5. บุคลากรในสถานประกอบการ : ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


แหล่งข้อมูลจาก

https://www.thaimedicos.com/blog/3-steps-Massage-service-certificate/

Saturday, March 07, 2026

การดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่

 ไข้หวัดป้องกันได้...ทุกครั้งที่รู้สึกว่า คอแห้ง แสบคอ ไม่สะบายตัว คล้ายติดเชื้อหวัดในลำคอ ให้ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ และจิบน้ำให้คอชุ่มอยู่ตลอดเวลา....,มั่นดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารที่สะอาด มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งที่ออกไปสัมผัสกับผู้คนนอกบ้าน...

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล สามารถจำแนกออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ชนิดเอ บี และซี

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ มักจะเกิดขึ้นทันทีทันใดด้วยอาการไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใส ๆ ไอแห้ง ๆ อาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงได้

ไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่ติดต่อ ได้ง่าย เช่น การไอหรือจามรดกัน หรือหายใจเอาฝอยละอองเข้าไป รวมไปถึงการใช้สิ่งของร่วมกัน หรือการได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น

เราสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง และดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์โดยการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด

  • ปิด ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม
  • ล้าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ
  • เลี่ยง หลีกเลี่ยงคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • หยุด หยุดเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล สามารถจำแนกออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ชนิดเอ บี และซี เราสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง



แหล่งที่มา:
https://www.sikarin.com/health/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88

Wednesday, May 14, 2025

ภัยเงียบ ความเครียด นอนไม่หลับ ทำให้ไต ตับ หัวใจ เสื่อมถอย...

                 การใช้ชีวิต การทำงาน ในปัจจุบันนั้น พบว่าปัญหาหลายๆ อย่างทำให้สุขภาพของคนไทย เสื่อมถอยลง ยิ่งอายุมากขึ้นสุขภาพยิ่งเสื่อมถอย  ปัญหาความเครียดสะสมจากที่ทำงาน ปัญหาการเงิน ทำให้นอนไม่หลับ ส่งผลให้ร่างกายเกิดการพักผ่อนไม่เพียงพอ  อวัยวะหลายๆ อย่างได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ ไต ตับ หัวใจ... 
....เราควรจะหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น     บริหาร อารมณ์ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายสามารถยืนหยัดต่อไปได้อีกนานๆ โดยไม่ต้องพึ่งพายารักษาโรค



Monday, February 06, 2023

บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

  วันงดสูบบุหรี่โลกตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกเล็งเห็นอันตรายจากการสูบบุหรี่ ผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูบ และเปรียบได้กับเป็น “บุหรี่มือสอง” เพราะผู้ที่อยู่ใกล้ๆ ก็จะได้รับควันบุหรี่จากคนที่สูบไปทางอ้อมก่อให้เกิดโรคร้ายเหมือนสูบบุหรี่เองโดยตรงได้เช่นกัน โดยทั่วไปเรารู้จักบุหรี่ธรรมดากันมานานมากแล้ว ขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นของใหม่ ยังไม่มีข้อมูลวิจัยมากพอที่จะระบุถึงอันตรายของสารเคมีแต่ละตัวในบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะหากยิ่งใช้นานๆ ในระยะยาว แต่การที่ยังไม่มีข้อมูลว่าอันตรายไม่ได้แปลว่าไม่มีอันตราย ควรร่วมกันรณรงค์ ลด ละ เลิกบุหรี่ ไม่ใช่เพียงแค่บุหรี่ธรรมดาแต่รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าที่อันตรายไม่แพ้กัน

 


นพ.จตุภัทร  คุณสงค์ จิตแพทย์ประจำศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ  โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สูบบุหรี่ชนิดหนึ่งซึ่งใช้กลไกไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนและไอน้ำที่ประกอบไปด้วยสารเคมีต่างๆ โดยไม่มีควันจากกระบวนการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ปกติทั่วไป ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ แบตเตอรี่  ตัวทำให้เกิดไอและความร้อน (Atomizer) และน้ำยา  และถ้ากล่าวถึงเฉพาะส่วนของน้ำยาที่ถูกทำให้เป็นไอและเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบจะประกอบด้วยสารประกอบหลักๆ คือ นิโคติน ถือเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่พบได้ในทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ปกติทั่วไป ที่ทำให้ร่างกายเสพติดการสูบบุหรี่ โพรไพลีนไกลคอล เป็นส่วนประกอบในสารสำหรับการทำให้เกิดไอ กลีเซอรีน เป็นสารเพิ่มความชื้นที่จะผสมผสานกับสารโพรไพลีนไกลคอล องค์การอาหารและยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย เช่นเดียวกันกับโพรไพลีนไกลคอล และสารแต่งกลิ่นและรส ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้กับอาหารทั่วๆ ไป

 

ซึ่งสารเคมีชนิดต่างๆ ที่พบในน้ำยาสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น นิโคติน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจมะเร็งช่องปาก หลอดอาหารและตับอ่อน นอกจากนี้นิโคตินยังกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งสารนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน นิโคตินกระตุ้นให้จำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง สำหรับหญิงตั้งครรภ์ นิโคตินส่งผลต่อการพัฒนาของสมองทารกในครรภ์ การได้รับสารนิโคตินในระดับที่สูง (60 mg. ในผู้ใหญ่ และ 6 mg. ในเด็กเล็ก) เสี่ยงต่อการเสียชีวิต โพรไพลีนไกลคอลและสาร Glycerol/Glycerin เมื่อสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตาและปอดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง    นอกจากนี้ยังพบสารประกอบอีกมากมายในไอของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีข้อมูลว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก สารหนู สารกลุ่ม Formaldehyde และกลุ่ม Benzene เป็นต้น จากการวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่นโรคหัวใจ เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ในเซลล์ปอด หัวใจ และกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง บุหรี่ไฟฟ้า เสพติดหรือไม่ แน่นอนว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติด ดังนั้นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงทำให้ผู้สูบ “ติด” ได้ไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา นอกจากนี้รูปแบบ ขั้นตอนในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็มีความใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่ธรรมดามาก ทำให้ผู้สูบยังคง “ติด” ในพฤติกรรมการสูบเหมือนบุหรี่ธรรมดา

 

ข้อสงสัยสำคัญที่เคยได้ยินกันมานานที่ว่า หากอยากเลิกบุหรี่ธรรมดาแล้วหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนจะช่วยได้หรือไม่ ทำให้ผู้สูบลดการสูบบุหรี่ธรรมดาลงจริงหรือ ผลสรุปในทางตรงกันข้ามคือ การสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยลดการสูบบุหรี่ธรรมดาลงเลย ร้ายไปกว่านั้นยังทำให้อัตราการสูบบุหรี่โดยรวมทั้งธรรมดาและไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่มีนิโคตินเหมือนกัน และเยาวชนที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่สูบบุหรี่(ไม่ว่าจะเริ่มจากชนิดไหน)ท้ายที่สุดก็จะมีการแลกเปลี่ยนทดลองกันภายในกลุ่ม จนคุ้นเคยกับบุหรี่ทุกๆ รูปแบบ ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศห้ามอย่างเป็นทางการมิให้บริษัทบุหรี่โฆษณาว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ธรรมดาได้ เพราะขัดกับข้อมูลจากการวิจัยอย่างชัดเจน เป็นความจริงที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีกลไกการทำงานที่ไม่มีกระบวนการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ธรรมดา ทำให้ผู้สูบลดความเสี่ยงที่จะได้รับสารที่เป็นอันตรายจากการเผาไหม้บางตัว เช่น น้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

 

จากที่กล่าวมาข้างต้น สารประกอบอื่นๆ ที่พบในบุหรี่ไฟฟ้าก็ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีบางงานวิจัยที่ระบุว่าไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่าบุหรี่ธรรมดา ทำให้สามารถสูดเข้าไปในปอดส่วนลึกได้มากกว่า อนุภาคที่เล็กนี้จะจับเข้ากับเนื้อเยื่อปอดและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว และยากที่กลไกธรรมชาติของร่างกายจะขับออกมาได้

"สูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจถูกจับกุม ในข้อหาครอบครองสิ่งของต้องห้าม (บุหรี่ไฟฟ้า) ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” 


ขณะนี้บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าต้องห้าม บุคคลที่มีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในความครอบครอง ถือว่ามีความความผิดทั้งผู้นำเข้า ผู้ขายและผู้ใช้ เมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นความผิดซึ่งหน้าสามารถเข้าจับกุมได้  กรณีเป็นผู้นำเข้ามีโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่า ของสินค้าที่นำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับ  กรณีจำหน่ายจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ส่วนกรณีผู้สูบหรือมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครอง ถือว่ามีความผิดในฐานครอบครองสิ่งที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี จึงขอร่วมรณรงค์ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อตัวท่านเองและคนรอบข้างเพื่อสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ก้าวผ่านควันบุหรี่ที่เป็นอันตรายได้ 


ที่มา: https://www.bangkokhospital.com/content/tobacco-harm-ecigarettes